พระสุตตันตปิฎกไทย: 18/297/550 551
สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค
อิ. ดูกรคฤหบดี ทิฐิหลายอย่างย่อมเกิดขึ้นในโลกดังนี้ว่า โลกเที่ยงบ้าง โลกไม่
เที่ยงบ้าง... สัตว์ตายแล้วย่อมเป็นอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เป็นอีกก็หามิได้บ้าง(ทิฐิ ๖๒ เหล่านี้
ได้กล่าวไว้แล้วในพรหมชาลสูตร) ดูกรคฤหบดี เมื่อสักกายทิฐิมี ทิฐิเหล่านี้ก็มี เมื่อสักกาย
ทิฐิไม่มี ทิฐิเหล่านี้ก็ไม่มี ฯ
[๕๕๐] จิตต. ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็สักกายทิฐิย่อมเกิดมีได้อย่างไร ฯ
อิ. ดูกรคฤหบดี ปุถุชนในโลกนี้ ผู้ไม่ได้สดับ ไม่เห็นพระอริยเจ้าไม่ฉลาดในธรรม
ของพระอริยเจ้า ไม่ได้รับแนะนำในธรรมของพระอริยเจ้า ไม่ได้เห็นสัตบุรุษ ไม่ฉลาดในธรรม
ของสัตบุรุษ ไม่ได้รับแนะนำในธรรมของสัตบุรุษย่อมเห็นรูปโดยความเป็นตน ๑ เห็นตนมี
รูป ๑ เห็นรูปในตน ๑ เห็นตนในรูป ๑เห็นเวทนาโดยความเป็นตน ๑ เห็นตนมีเวทนา ๑
เห็นเวทนาในตน ๑ เห็นตนในเวทนา ๑ เห็นสัญญาโดยความเป็นตน ๑ เห็นตนมีสัญญา ๑
เห็นสัญญาในตน ๑ เห็นตนในสัญญา ๑ เห็นสังขารโดยความเป็นตน ๑ เห็นตนมีสังขาร ๑
เห็นสังขารในตน ๑ เห็นตนในสังขาร ๑ เห็นวิญญาณโดยความเป็นตน ๑ เห็นตนมีวิญญาณ ๑
เห็นวิญญาณในตน ๑ เห็นตนในวิญญาณ ๑ ดูกรคฤหบดีสักกายทิฐิย่อมเกิดมีได้อย่างนี้
แล ฯ
[๕๕๑] จิตต. ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ก็สักกายทิฐิย่อมไม่เกิดมีได้อย่างไร ฯ
อิ. ดูกรคฤหบดี อริยสาวกในพระธรรมวินัยนี้ ผู้ได้สดับแล้ว ได้เห็นพระอริยเจ้า
ฉลาดในธรรมของพระอริยเจ้า ได้รับแนะนำในธรรมของพระอริยเจ้าได้เห็นสัตบุรุษ ฉลาดใน
ธรรมของสัตบุรุษ ได้รับแนะนำในธรรมของสัตบุรุษย่อมไม่เห็นรูปโดยความเป็นตน ๑ ไม่เห็น
ตนมีรูป ๑ ไม่เห็นรูปในตน ๑ ไม่เห็นตนในรูป ๑ ไม่เห็นเวทนาโดยความเป็นตน ๑ ไม่เห็น
ตนมีเวทนา ๑ ไม่เห็นเวทนาในตน ๑ ไม่เห็นตนในเวทนา ๑ ไม่เห็นสัญญาโดยความเป็นตน ๑
ไม่เห็นตนมีสัญญา ๑ ไม่เห็นสัญญาในตน ๑ ไม่เห็นตนในสัญญา ๑ ไม่เห็นสังขารโดยความ
เป็นตน ๑ ไม่เห็นตนมีสังขาร ๑ ไม่เห็นสังขารในตน ๑ ไม่เห็นตนในสังขาร ๑ ไม่เห็นวิญญาณ
โดยความเป็นตน ๑ ไม่เห็นตนมีวิญญาณ ๑ ไม่เห็นวิญญาณในตน ๑ ไม่เห็นตนในวิญญาณ ๑
ดูกรคฤหบดี สักกายทิฐิย่อมไม่เกิดมีได้อย่างนี้แล ฯ