พระสุตตันตปิฎกไทย: 32/320/337
สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
นั้นนั่นแล เมื่อเราท่องเที่ยวไปในภพน้อยใหญ่ ย่อมเป็นผู้มีผิวพรรณดัง
ทองคำ ท่องเที่ยวไปในภพน้อยใหญ่ ผลแห่งผ้าผืนเดียว ไม่ถึงความ
สิ้นไปในที่ไหนๆ ชาตินี้เป็นที่สุดของเรา ผ้าย่อมให้ผลแก่เราแม้ใน
ชาตินี้ ในกัลปที่แสนแต่กัลปนี้ เราได้ถวายผ้าใดในกาลนั้น ด้วยทาน
นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้าผืนเดียว เราเผา
กิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพทั้งปวงขึ้นได้แล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกขาด
ดังช้างตัดเชือกแล้ว ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเรา
ได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ทราบว่า ท่านพระเอกทุสสทายกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
จบ เอกทุสสทายกเถราปทาน.
ผุสสิตกัมมิยเถราปทานที่ ๕ (๓๓๕)
ว่าด้วยผลแห่งการตักน้ำในบึงถวาย
[๓๓๗] ในกาลนั้น พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี เชษฐบุรุษของโลก ประ
เสริฐกว่านระ พร้อมด้วยพระขีณาสพทั้งหลาย ประทับนั่งอยู่ ณ สังฆาราม
พระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี ผู้เป็นนายกของโลก พระองค์เสด็จออก
จากประตูอาราม พร้อมด้วยพระขีณาสพ ๘ แสน เรานุ่งหนังสัตว์ และ
ทรง (ห่ม) ผ้าเปลือกไม้กรอง ตักเอาน้ำในบึงแล้ว เข้าไปเฝ้าพระ
สัมพุทธเจ้า ยังจิตของตนให้เลื่อมใส เกิดโสมนัส ประนมกรอัญชลี
ตักเอาน้ำในบึงไปปะพรมพระพุทธเจ้า ด้วยกรรมนั้น พระสัมพุทธเจ้า
พระนามว่าปทุมุตระ ผู้อุดม ทรงสรรเสริญกรรมของเราแล้ว ได้เสด็จไป
ตามพระประสงค์ เราได้บูชาพระชินเจ้าด้วยน้ำอันกำหนดว่า ๕๐๐๐ หยด
เราได้เสวยเทวรัชสมบัติเพราะน้ำ ๒๕๐๐ หยด ได้เป็นพระเจ้าจักร
พรรดิเพราะน้ำ ๒๕๐๐ หยด เราได้บรรลุอรหัตด้วยกรรมที่เหลือ เมื่อใด
เราเป็นท้าวเทวราช เมื่อนั้น เราได้เป็นอธิบดีของมนุษย์ด้วย ชื่อนั้นแล