พระสุตตันตปิฎกไทย: 32/321/338

สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
เล่ม 32
หน้า 321
เป็นชื่อของเรา เรามีชื่อว่าผุสสิตะ เมื่อเราเป็นเทวดาหรือแม้เป็นมนุษย์ เมล็ดฝนย่อมตกโดยรอบ ข้างละวา เราถอนภพทั้งหลายขึ้นได้แล้ว เผากิเลส ทั้งหลายเสียแล้ว เป็นผู้มีอาสวะทั้งปวงสิ้นแล้ว นี้เป็นผลแห่งหยาดน้ำ ฝน น้ำฝนของเรามีกลิ่นดังกลิ่นจันทน์ กลิ่นย่อมฟุ้งไปเหมือนอย่างนั้น กลิ่นหอมที่ซ่านออกจากสรีระของเรา ฟุ้งไป ๒๕๐ ชั่วธนู ชนทั้งหลายสูด กลิ่นหอมอบอวลอันประกอบด้วยบุญกรรมแล้ว ย่อมรู้ทันทีว่า พระเจ้า ผุสสิตะเสด็จมา ณ ที่นี้ กิ่งไม้ ใบไม้ ท่อนไม้ และแม้หญ้า ทุกชนิด (ดังจะ) รู้ความดำริของเรา ย่อมสำเร็จเป็นกลิ่นหอมทันที ในกัลปที่ แสน แต่กัลปนี้ เราได้บูชาไม้จันทน์ ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติ เลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยหยาดน้ำ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัม ภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธ ศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระผุสสิตกัมมิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ผุสสิตกัมมิยเถราปทาน. ปภังกรเถราปทานที่ ๖ (๓๓๖) ว่าด้วยผลแห่งการชำระพระสถูป
[๓๓๘] พระเจดีย์ของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตระ เชษฐบุรุษของโลก ผู้ คงที่ มีอยู่ในป่าชัฏ อันเกลื่อนกล่นด้วยเนื้อร้าย ใครๆ ไม่อาจจะไป เพื่อกราบไหว้พระเจดีย์ พระเจดีย์อันหญ้า ต้นไม้ และเถาวัลย์ปกคลุม หัก พัง ในกาลนั้น เราเป็นคนทำการงานในป่า ด้วยการงานของบิดาและ ปู่ เราได้เห็นพระสถูปอันหักพัง หญ้าและเถาวัลย์ปกคลุม ในป่าใหญ่ ครั้นได้เห็นพระสถูปแห่งพระพุทธเจ้าแล้ว ตั้งจิตเคารพไว้ว่า พระสถูปนี้