พระสุตตันตปิฎกไทย: 32/350/376 377

สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
เล่ม 32
หน้า 350
ปัตติปุปผิยเถราปทานที่ ๔ (๓๗๔) ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยดอกประดู่
[๓๗๖] ในกาลเมื่อพระสัมพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณใหญ่ พระนามว่าปทุมุตระ เสด็จ นิพพานแล้ว คนทั้งปวงมาประชุมกันนำเอาพระสรีระไป เมื่อนำเอาพระ สรีระไป เมื่อเขาประโคมกลองเภรีอยู่ เรามีจิตเลื่อมใสโสมนัส ได้บูชา ด้วยดอกประดู่ ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลเพราะบูชา พระสรีระ การที่เราได้มาในสำนักพระพุทธเจ้าของเรา เป็นการมาดีหนอ วิชชา ๓ เราได้บรรลุแล้วโดยลำดับ พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพทั้งปวงขึ้นได้หมดแล้ว ตัดกิเลสเครื่อง ผูกรัด ดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะอยู่ คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระ พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้. ทราบว่า ท่านพระปัตติปุปผิยเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล. จบ ปัตติปุปผิยเถราปทาน. สัตตปัณณิยเถราปทานที่ ๕ (๓๗๕) ว่าด้วยผลแห่งการบูชาด้วยต้นตีนเป็ด
[๓๗๗] พระสัมพุทธเจ้าผู้เป็นนายกของโลก พระนามว่าสุมนะ เสด็จอุบัติแล้ว เรามี จิตเลื่อมใสโสมนัส ได้บูชาต้นตีนเป็ด (อันเป็นไม้โพธิ์) ในกัลปที่แสน แต่กัลปนี้ เราได้บูชาต้นตีนเป็ด ด้วยการบูชานั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาต้นตีนเป็ด การที่เราได้มาในสำนักของพระพุทธเจ้า ของเรา เป็นการมาดีแล้วหนอ วิชชา ๓ เราบรรลุแล้วโดยลำดับ พระ พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ถอนภพทั้งปวง ขึ้นได้หมดแล้ว ตัดกิเลสเครื่องผูกดังช้างตัดเชือกแล้ว เป็นผู้ไม่มีอาสวะ