พระสุตตันตปิฎกไทย: 32/368/393

สุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
เล่ม 32
หน้า 368
เราไม่ยกเว้นอะไรๆ ปวารณาแม้ชีวิต เป็นผู้ถึงความยากตลอดชีวิตเป็น อย่างยิ่งเทียว เรารู้ว่าผู้นี้ทุกข์ด้วยดี จึงได้ให้ถือเอาสิ่งทั้งปวง. ขอเดชะ พระองค์เป็นผู้แพ้ ควรพระราชทานพระตถาคต เราตัดความ สงสัยของทั้งสองฝ่ายแล้ว เหมือนท่านทั้งสองตั้งอยู่ในคำมั่น. พระราชาประทับอยู่ ณ ที่นั้นแล ได้ตรัสกะตุลาการและผู้พิพากษาว่า ท่าน ทั้งหลายพึงให้แม้แก่เราโดยชอบ เราพึงได้พระพุทธเจ้าอีก. ท่านยังความดำริของท่านให้เต็ม นิมนต์พระตถาคตให้เสวยแล้ว พึงคืน พระสัมพุทธเจ้าให้แก่พระเจ้าอานนท์ผู้มียศอีก. เราไหว้ตุลาการและผู้พิพากษา และถวายบังคมพระเจ้าอานนท์ จอมกษัตริย์ เป็นผู้ยินดีปราโมทย์ เข้าไปเฝ้าพระสัมพุทธเจ้า ครั้นเข้าไปเฝ้าพระสัม พุทธเจ้าผู้ข้ามโอฆะ ผู้ไม่มีอาสวะ ถวายบังคมด้วยเศียรเกล้าแล้ว ได้ กราบทูลดังนี้ว่า. ขอพระองค์ผู้มีจักษุพร้อมด้วยพระอรหันต์หนึ่งแสนโปรดทรงรับนิมนต์ ขอ จงทรงยังจิตของข้าพระองค์ให้รื่นเริง เสด็จเข้านิเวศน์ของข้าพระองค์ พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตระ ทรงรู้แจ้งโลก สมควรรับเครื่องบูชา ผู้มีจักษุทรงรู้ความดำริของเรา จึงทรงรับนิมนต์ (ด้วยดุษณีภาพ) เราทราบ ว่า พระองค์ทรงรับนิมนต์แล้ว ถวายบังคมแด่พระศาสดา มีจิตร่าเริง เบิกบาน เข้ามายังนิเวศน์ของตน ประชุมมิตรและอำมาตย์แล้ว ได้กล่าว ดังนี้ว่า เราได้สิ่งที่ได้โดยยากนักแล้ว เปรียบเหมือนแก้วมณีมีรัศมี โชติช่วง เราจักบูชาองค์พระพุทธเจ้าด้วยอะไร พระชินเจ้ามีคุณหาประมาณ มิได้ หาที่เปรียบมิได้ ไม่มีใครเสมอเหมือน เป็นนักปราชญ์ ไม่มีบุคคล เปรียบ หาผู้เสมอเหมือนเช่นนั้นมิได้ ไม่มีที่สอง ประเสริฐกว่านระ ก็อธิการอันสมควรแก่พระพุทธเจ้า เราทำได้โดยยาก เราทั้งหลายจง รวบรวมดอกไม้ต่างๆ เอามาทำมณฑปดอกไม้เถิด สิ่งนี้ย่อมสมควรแก่ พระพุทธเจ้า จักเป็นอันบูชาด้วยสิ่งทั้งปวง เราจึงให้ทำดอกบัวเผื่อน ดอก บัวหลวง ดอกมะลิ ดอกลำดวน ดอกจำปา ดอกกถินพิมาน ให้เป็น มณฑป ปูลาดอาสนะหนึ่งแสนที่ไว้ภายในเงาฉัตร อาสนะของเรามีค่า